การแข่งขันฟุตซอลไทยแลนด์ไฟว์ 2008 ซึ่งเป็นการลงเตะนัดที่สองของทีมชาติไทย พบกับคู่ปรับตลอดกาล ญี่ปุ่น โดยที่นัดแรกไทยเป็นฝ่ายชนะสโมสรซองนัมของเวียดนาม 7-1 และต้องการชัยชนะอีกนัดเพื่อเข้าไปลุ้นแชมป์กับอาร์เจนตินา เกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสีโดยไทยเน้นการตั้งรับที่เหนียวแน่นและการโต้กลับที่แน่นอน นาที 3 เอกพงษ์ สุรัตน์สว่าง ยิงเบิกประตูแรกให้ไทยขึ้นนำญี่ปุ่น 1-0 แม้จะถูกขึ้นนำไปก่อนที่ญี่ปุ่นก็ทยอยโหมบุกเป็นระยะ นาที 8 เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว ก็ยิงให้ไทยหนีเป็น 2-0 ญี่ปุ่นยังเปิดเกมบุกอย่างหนัก แต่ก็เจาะเข้าทำประตูไม่ได้ นาที 19 ทากาอากิ อิชิฮารา ยิงตีไข่แตกให้ญี่ปุ่นมาในครึ่งแรก 1-2
เกมในครึ่งหลังทั้งคู่ยังเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก และเป็นฝ่ายญี่ปุ่นที่โหมบุกอย่างหนัก จนไทยออกอาการเป๋และส่งบอลเสียเองบ่อย แต่ก็ยังช่วยสกัดไม่ให้เสียประตูได้ ช่วง 10 นาทีสุดท้ายญี่ปุ่นหันมาเล่นแบบโกลายด้วยการเติมผู้เล่นในสนามเป็น 5 คน และพยายามขึ้นเกมด้านข้างและเปิดไปหน้าประตูซึ่งก็มีโอกาสหลายครั้งแต่กองหลังกับผู้รักษาประตูของไทยช่วยสกัดได้ ซึ่งในบางจังหวะที่ไทยตัดบอลได้จากกลางสนามและพยายามยิงไกล แต่ลูกเฉียดเสาหลายลูก นาที 39 ความพยายามของญี่ปุ่นก็เป็นผล เมื่อเคนตะ ฟูจิอิ ยิงให้ญี่ปุ่นไล่ตามเป็น 2-3 แต่ก็ไม่ทันกาล จบเกมไทยเป็นฝ่ายชนะไปอย่างสุดมัน 3-2 ซึ่งนับเป็นชัยชนะครั้งที่สอง โดยครั้งแรกไทยชนะเมื่อคราวชิงแชมป์เอเชีย เมื่อปี 2000 ส่วนผลอีกคู่ อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายยำใหญ่สโมสรซองนัม จากเวียดนาม 14-0
หลังเกม เซอร์จิโอ ซาโป กุนซือญี่ปุ่นชาวบราซิล กล่าวว่า เป็นเกมที่ดีอีกนัดหนึ่ง ถือเป็นการเตรียมพร้อมสู้ฟุตซอลโลก แม้จะแพ้แต่ถือว่าลูกทีมทำได้ดี เสียดายครึ่งแรกเรามีโอกาสหลายครั้งแต่เจาะปราการหลังของไทยไม่ได้ ยอมรับเรื่องเกมรับของไทยดีกว่าเมื่อคราวชิงแชมป์เอเชียที่เจอกันมาครั้งนี้มีการพัฒนาและมีเกมรับที่เหนียวแน่นมาก
ด้าน “ปูลปิส” โฮเซ มาเรีย เมนเดส กุนซือไทยชาวสเปน กล่าวว่า เป็นเกมที่สูสี ครึ่งแรกญี่ปุ่นมีโอกาสหลายครั้ง แต่เจาะเราไม่เข้า แต่พอเราได้โอกาสกลับทำให้เป็นประตูขึ้นนำจึงทำให้เล่นง่ายขึ้น แต่พอช่วงใกล้หมดเวลาของครึ่งแรกเราพลาดแบบง่ายๆ ทำให้เกมเปลี่ยนไป การจะยิ่งใหญ่ในระดับโลกต้องไม่พลาดง่ายอย่างนี้และต้องจบสกอร์ให้ได้ในตอนที่มีโอกาส ในครึ่งหลังยอมรับเด็กเริ่มออกอาการรวนหลังถูกญี่ปุ่นบีบและกดดันอย่างหนัก แสดงให้เห็นว่าเรายังนิ่งไม่พอ ต้องมีสมาธิมากกว่านี้ แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการเรียนรู้อย่างดีสำหรับทีมไทยก่อนไปชิงแชมป์โลก และชัยชนะนัดนี้จะเป็นกำลังอย่างดีเยี่ยมในการสู้กับอาร์เจนตินาเพื่อลุ้นแชมป์
ขณะที่ “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีม เปิดเผยว่า ชัยชนะในวันนี้ถือเป็นแมตช์แห่งความทรงจำของตนในตำแหน่งผู้จัดการทีม ถือเป็นชัยชนะครั้งที่สองหลังจากนัดแรกในชิงแชมป์เอเชียเมื่อปี 2000 วันนี้เด็กเล่นได้ดีโดยเฉพาะเกมรับมีความแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไขให้ทันก่อนไปชิงแชมป์โลกปลายเดือนนี้ แต่ชัยชนะในวันนี้จะส่งผลที่ดีกับทีมไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องกำลังใจที่เราจะลุ้นแชมป์กับอาร์เจนตินา รวมไปถึงในแมตช์ชิงแชมป์โลก
ที่มา
www.thairath.co.th