ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาคนพิการไทย ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา นักกีฬาไทยได้เข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันที่เริ่มในเวลา 20.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามรังนก ซึ่งมี หู จิ่น เทา ประธานาธิบดีของจีน เป็นประธาน โดยเจ้าภาพจัดการแสดง 8 ชุด ใช้ผู้แสดงกว่า 6 พันคน เน้นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมจีน การกำเนิดโลกและท้องฟ้า รวมทั้งคุณค่าชีวิต ก่อนที่ตอนท้ายหลังการแสดงผ่านไปเกือบ 3 ชม. มีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา ส่วนนักกีฬาไทยที่อยู่ในชุดเบลเซอร์สีกรมท่า เข้าสู่สนามเป็นลำดับที่ 103 ตามการเรียงลำดับของอักษรจีน จากประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมด 148 ชาติ ตามหลังตูนิเซีย และอยู่ก่อนอียิปต์ โดยมีศุภชัย โกยทรัพย์นักวีลแชร์เรซซิ่ง ถือธงชาติไทย นำหน้านักกีฬาไทย
ส่วนความเคลื่อนไหวของนักกีฬาไทยในประเภทต่างๆ นายสุพรต เพ็งพุ่ม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรซซิ่ง เปิดเผยว่า สำหรับความหวังของทีมวีลแชร์เรซซิ่งผลัด 4x100 ม. และ 4๚400 ม. ที่ประกอบด้วย พิเชษฐ์ กรุงเกตุ ศุภชัย โกยทรัพย์ สายชล คนจน และประวัติ วะโฮรัมย์ ซึ่งทีมไทยเป็นแชมป์เก่าในกีฬาพาราลิมปิก ครั้งที่12 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ มีความพร้อมเต็มที่ ทำให้มั่นใจว่า 2 เหรียญทองนี้เราไม่น่าจะพลาด แม้ว่าจะมีคู่แข่งสำคัญอย่างจีน เม็กซิโก และฝรั่งเศส เข้าร่วมด้วยก็ตาม ส่วนประวัติ วะโฮรัมย์ ในประเภทวีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 ม. ก็ยังมีลุ้นด้วยเช่นกัน
ขณะที่โค้ชเลิศพร แก่นจันทร์ ผู้ฝึกสอนกีฬายิงธนู กล่าวว่า นักกีฬายิงธนูของไทยที่ประกอบด้วย สากล อินแก้ว เสถียร พิมพ์ทอง และสุทธิ รักสมัย มีลุ้นเหรียญในประเภททีม 3 คน เพราะอุปสรรคจะน้อยกว่าในประเภทบุคคลซึ่งต้องบอกว่านักกีฬาเหล่านี้สู้ชีวิตมาอย่างลำบาก ดังนั้น กระแสข่าวที่รัฐบาลจะเพิ่มโบนัสรางวัลให้กับนักกีฬาคนพิการนั้น ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ด้านนายคันฉัตร คงไพรสันต์ โค้ชทีมฟันดาบ กล่าวว่า สำหรับความหวังเหรียญทองของทีมไทยคือ สายสุนีย์ จ๊ะนะ แชมป์เก่าเจ้าของเหรียญทองดาบเอเป้วีลแชร์ และเหรียญทองแดงดาบฟอยล์นั้นตอนนี้ แม้อาการเจ็บที่ข้อศอกทั้ง 2 ข้างยังรบกวนอยู่เล็กน้อย แต่ผลการฝึกซ้อมดีมาก ในดาบเอเป้ได้ลงฝึกซ้อมกับมือ 1 ของจีน ที่สายสุนีย์เคยแพ้มาในเฟสปิกเกมส์ ที่มาเลเซีย แต่ในการซ้อมที่จีน สายสุนีย์เอาชนะได้ถึง 2 ครั้ง ถึงแม้อาจจะเป็นกลลวงของทางจีนเพราะเป็นคู่แข่งแย่งเหรียญทองกัน แต่จากการเอาชนะมือ 1 ของจีนได้ ก็เป็นผลดีในแง่จิตวิทยา ที่ทำให้นักกีฬามีความมั่นใจขึ้น
ที่มา
www.thairath.co.th