
''อ๊อฟ'' บิ๊กแอส แอ่นอกยอมรับบอกเลิก ''ทราย เจริญปุระ'' ก่อน เผยใจ ''ผมไม่เหมาะกับเขา'' รวมทั้งอยากให้ต่างคนต่างมีวิถีทางของตัวเอง พร้อมยันรักร้าวครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับทะเลาะ หรือมือที่ 3 แน่นอน
ปิดตำนานรักไปอีกคู่สำหรับ ''อ๊อฟ บิ๊กแอส'' หรือ พูลศักดิ์ จตุรบุล ที่ล่าสุดออกมายอมรับว่าตนได้เลิกกับแฟนสาว ''ทราย เจริญปุระ'' ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบ่ายวานนี้ (6 ก.ย.) หนุ่มอ๊อฟได้ลงมาแถลงข่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังได้เพื่อนๆ ในวงตามลงมาให้กำลังใจจากห้องซ้อม ซึ่งเมื่อเจอบรรดาสื่อมวลชนเพียงวินาทีแรก หนุ่มอ๊อฟก็ถึงกับเอ่ยว่า ''ตื่นเต้นมาก ยิ่งมาเจอกล้องด้วยก็เครียดเหมือนกันนะเนี่ย''
ตกลงตอนนี้ความสัมพันธ์กับ ''ทราย'' เป็นอย่างไร
ก็ยอมรับว่าตอนนี้ห่างกันพักใหญ่ๆ แล้ว จริงๆ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ระหว่างผมกับทรายคือความรู้สึกผมผมก็ไม่ใช่ดารา แล้วการมาตอบอะไรอย่างนี้มันก็แปลกเหมือนกัน แต่เพื่อให้ทุกคนกระจ่างก็ต้องพูด
ห่างกันเพราะอะไร
จริงๆ สาเหตุก็เป็นเรื่องที่เราสองคนรู้ๆ กันอยู่แล้วก็คือ.... ''ผมมันไม่สมบูรณ์แบบ'' คือคนส่วนใหญ่คาดหวังคนที่จะมาเป็นแฟนทราย เขาจะต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบมากๆ ตอนที่เราคบกันได้ 2 ปีคนก็จะชอบเข้ามาพูดว่าดูแลทรายให้ดีนะ อย่าไปทอดทิ้งเขา ทุกคนพูดอย่างนี้กับผมหมดเลย แล้วตอนนั้นผมก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน ระยะเวลามันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าการที่เราจะไปต่อมันจะดีจริงหรือเปล่า ถ้าปล่อยให้มันยื้อเยื้อต่อไปสุดท้ายถ้าเกิดมีการใช้ชีวิตร่วมกัน แล้วถ้าเราต้องไปเลิกกันวันนั้นผมว่ามันจะแย่กว่านี้
เหมือนคนรอบข้างมีส่วนในการเลิกกันครั้งนี้ค่อนข้างเยอะใช่ไหม
ไม่หรอก จริงๆ มันก็เป็นเรื่องของผมแหละ มันเป็นสิทธิ์ของผมกับเขา 2 คน
ใครเป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
ก็คงจะเป็นผมอย่างที่บอกไปแล้ว จริงๆ ตอนมีข่าวผมก็ได้โทร.หาทรายแล้วเราก็คุยกันพักใหญ่ๆ ทรายโอเคนะ ผมก็เป็นห่วง จริงๆ ผมว่ามันเป็นเรื่งส่วนตัวผมก็ชัดเจนว่าผมได้คุยไปเรียบร้อยแล้ว
มือที่ 3 หลายคนสงสัย
คือหลายคนอาจไม่รู้ว่าผมเป็นโปรดิวเซอร์ให้วงของน้องฟักแฟงเราก็ทำงานกัน มันมีแต่เรื่องงานทั้งนั้นเลย คือตอนมีข่าวนี้ครั้งแรกผมก็ขำก็ตกใจ คือการทำงานแต่ละชิ้นให้มันดีผมว่ามันยากอยู่นะ คืออย่าเพิ่มเรื่องขึ้นให้มันยากขึ้นอีกเลย มันเบื่อจริงๆ ถ้าเป็นคนในตึกจะเห็นว่าผมทำงานหนักมากเลย ก็ไม่อยากให้มีอะไรที่มันมากระทบงาน ผมต้องออกมาพูดวันนี้เพราะมันกระทบกับงานด้วยก็เครียดเหมือนกัน เพราะงานมันเครียดอยู่แล้ว งานมันหนักอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ผมก็กำลังทำชุดใหม่ด้วยกับ ''Big Ass'' ก็ไม่อยากให้มีอะไรไม่สบายใจ
ดูเหมือนข่าวจะมีผลกระทบต่องานพี่อ๊อฟมากเลย
อันดับแรกก็คือเป็นห่วงเขา เป็นห่วงทรายว่าเขาโอเคหรือเปล่า ก็ถามเขาว่าโอเคนะ ปิดมือถือไปเลยไม่ต้องรับโทรศัพท์ใครนะ เพราะรู้สึกมีคนโทร.จี้เยอะ ส่วนตัวผมทำงานตลอดเวลาผมจะท้อแท้ แต่ก็ล้มไม่ได้แล้วความรับผิดชอบผมมันเยอะ
ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างแล้ว
ทำอัลบั้ม ''โนโมเทีย'' ที่เพิ่งคลอดแล้วก็ทำอัลบั้มพวกผมเองอยู่ด้วย
เหมือนกับยังรักกันอยู่ แต่ไปด้วยกันไม่ได้อย่างนี้ใช่ไหม
ก็อย่างที่บอกคือระยะเวลา 2 ปีเราได้เรียนรู้ด้วยงานด้วยภาระต่างๆ ของผมก็มากขึ้น มันเหมือนกับผมไม่ได้ดูแลอะไรเขาเท่าที่ควร ไม่ได้ดูแลเขาอย่างที่ทุกคนคาดหวัง คือมันไม่ได้มีเรื่องผิดใจกัน มันไม่ได้มีเรื่องทะเลาะ หรือมือที่ 3 ไม่มีทั้งนั้นครับ ผมอธิบายน่าจะชัดเจน
มีคนบอกพี่อ๊อฟเจ้าชู้ทำให้ต้องเลิกกัน
''เจ้าชู้ไหม ผมก็เป็นคนปกติครับ ก็ไม่ถึงกับเจ้าชู้ ผมว่าชอบผู้หญิงก็โอเค (หัวเราะ)''
เป็นการลดระดับความสัมพันธ์หรือเลิกกันจริงๆ เลย
ก็ห่างเหินมาน่าจะ 2 เดือน ที่แบบว่าไม่ได้คุยกันเรื่อยๆ ผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่เหมาะสม ผมว่ามันดีกว่าที่จะเลิกกันตอนที่แย่กว่านี้ ผมว่าระยะเวลาน่าจะพิสูจน์อะไรได้ดีกว่านี้
ทรายเขาพูดเหมือนว่าเขาไม่รู้ว่าผิดอะไร แล้วพี่อ๊อฟถึงทิ้งเขา
เรื่องนี้ผมว่ามันไม่มีใครผิดใครถูก แต่ถ้าจะต้องมีคนผิดจริงนี่ ''ก็ผมมันแย่เอง''
ยังคงรู้สึกดีๆ รักน้องทรายเหมือนเดิมไหม
คือเรา 2 คนก็ยังรู้สึกดีๆ เราก็โทร.คุยกันบ้าง ตอนแรกที่ผมเห็นข่าวคือคิดว่าเขาจะเป็นยังไงไหวไหม แล้วทุกคนในวงก็เป็นเพื่อนๆ กันหมด ก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน แล้วก็เป็นห่วง
เพราะเรื่องงานด้วนหรือเปล่า เพราะทรายไม่ค่อยได้อยู่ กทม. ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน
คือเราทำงานเหมือนกันทั้งคู่ ก็อย่างที่บอกยิ่งงานหนักเท่าไหร่ก็ยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ
ตัวพี่อ๊อฟพร้อมที่จะมีใครคนใหม่ได้เมื่อไหร่ หรือว่าจะพักยาวเลย
ตอนนี้ทำงานอย่างเดียวเลย ไม่อยากมีแฟน แต่ผมรู้สึกว่าวันๆ ผมมีแต่งานอย่างเดียว ทุกคนจะรู้ว่าถ้าผมทำงานก็ต้องทำเต็มที่ ถามว่าพร้อมไหม คือถ้ามันจะมีก็ต้องมีไม่ได้วิ่งหาอะไร ผมอยู่แต่ในห้องอัดไง
ในอนาคตจะสามารถกลับมารักกันใหม่ได้อีกครั้งไหม
ก็เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ผมว่าเราไปตัดสินเรื่องอะไรในอนาคตมันยาก ตอนนี้เราก็แยกย้ายกันทำงานดีกว่า ผมก็อยากจะยุติความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
อีกกระแสหนึ่งเขามองว่าอัลบั้มใกล้คลอด เป็นการโปรโมตอัลบั้มหรือเปล่า
ผมว่าก็แจมๆ ไปด้วยก็ดี ใครจะอยากเป็นข่าวอย่างนี้มันเสียด้วยกันทุกฝ่าย คือผมทำแต่งานแล้วก็งงอะไรมือที่ 3 มันไม่สบายใจครับ
